หุ้น SK Hynix และกลุ่มบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ในเอเชียร่วงหนัก
ราคาหุ้นของ SK Hynix ปรับตัวลดลงกว่า 11 เปอร์เซ็นต์ในตลาดหุ้นโซล หลังจากที่เพิ่งมีการปรับตัวขึ้นมาก่อนหน้านี้ โดยสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตามแรงเทขายในกลุ่มผู้ผลิตชิปของสหรัฐอเมริกาที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังตลาดหุ้นเอเชีย นอกจาก SK Hynix แล้ว หุ้นรายอื่นในเกาหลีใต้ เช่น Samsung Electronics ก็ปรับตัวลดลงกว่า 7 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงบริษัทอื่นๆ ในกลุ่มเทคโนโลยีก็ประสบกับภาวะราคาหุ้นตกต่ำเช่นเดียวกัน
ความอ่อนแอของตลาดหุ้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ในเกาหลีใต้เท่านั้น แต่ยังกระจายไปทั่วภูมิภาคเอเชีย โดยในตลาดหุ้นญี่ปุ่น หุ้นของ Advantest, SoftBank Group, Tokyo Electron และ Renesas Electronics ต่างปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐอเมริกา เช่น Micron Technology, Intel, Lam Research และ Advanced Micro Devices ที่ต่างเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์จาก Futurum Group มองว่าการปรับตัวลดลงในครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ รวมถึงปัจจัยลบด้านกฎระเบียบ เช่น การที่ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กสั่งระงับโครงการสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ชั่วคราว เพื่อกำหนดมาตรฐานด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงรายงานข่าวที่บริษัท CoreWeave กำลังพิจารณามาตรการป้องกันความเสี่ยงจากราคาหน่วยความจำที่อาจลดลงในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังคงเชื่อมั่นว่าปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับปัญญาประดิษฐ์และชิปหน่วยความจำที่ยังคงสูงกว่าอุปทาน ซึ่งทำให้ผู้ผลิตชั้นนำอย่าง SK Hynix และ Micron ยังคงมีอำนาจในการกำหนดราคาที่มั่นคง แม้ว่าจะมีการรายงานผลประกอบการที่ดีจากบริษัท ASML ในยุโรปออกมาด้วยก็ตาม
ในมุมมองของนักวิเคราะห์จาก XFUNDs การปรับฐานในรอบนี้สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์มีความแออัดมากเกินไปหลังจากที่พุ่งทะยานจากกระแส AI มาอย่างยาวนาน โดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปัจจุบันมีสัดส่วนสูงถึง 20 เปอร์เซ็นต์ของดัชนี S&P 500 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตมาก ทำให้นักลงทุนเริ่มกลับมาประเมินมูลค่าหุ้นใหม่ท่ามกลางความกังวลว่าการเติบโตที่รวดเร็วอาจเริ่มชะลอตัวลงในระยะข้างหน้า