ยูเครนโจมตีเรืออิหร่านในทะเลแคสเปียน อิหร่านประณามเป็นการกระทำที่เลวร้าย
อิหร่านได้เรียกตัวแทนทางการทูตของยูเครนในกรุงเตหะรานเข้าพบเพื่อประท้วงอย่างรุนแรง หลังเกิดเหตุการณ์โจมตีเรือพาณิชย์ของอิหร่านในทะเลแคสเปียน ซึ่งส่งผลให้มีลูกเรือเสียชีวิต 1 รายและได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง โดยทางกระทรวงต่างประเทศอิหร่านระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่เป็นมิตรและเป็นอาชญากรรม
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า กองกำลังของยูเครนประสบความสำเร็จในการโจมตีเป้าหมายระยะไกลในทะเลแคสเปียน ซึ่งรวมถึงเรือที่ใช้ในการขนส่งทางทหารที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านและเรือรบของรัสเซีย โดยความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจขยายวงกว้างและเชื่อมโยงกับสงครามในยูเครน
ทางด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านได้แสดงท่าทีตอบโต้โดยระบุว่ากำลังหารือกับรัสเซียและสหภาพยุโรปเพื่อหาแนวทางรับมือ พร้อมประกาศว่าสิ่งที่ยูเครนกระทำนั้นจะไม่มีวันปล่อยผ่านไปโดยไม่มีการตอบโต้ ในขณะเดียวกันสถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่อื่นยังคงดำเนินต่อไป โดยซาอุดีอาระเบียสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธที่มาจากเยเมนได้ และเหตุการณ์ในทะเลแดงยังคงมีความวุ่นวายอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ตัดสินใจหยุดการโจมตีอิหร่านชั่วคราวเพื่อเปิดโอกาสให้กับการใช้แนวทางการทูต โดยมีรายงานว่าความกังวลเรื่องคลังอาวุธป้องกันภัยทางอากาศที่ลดน้อยลงอาจเป็นเหตุผลหนึ่งในการตัดสินใจชะลอการขยายความขัดแย้งทางทหารในครั้งนี้ แม้ว่ามาตรการปิดล้อมทางเรือของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านจะยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ก็ตาม
ขณะที่อิหร่านยังคงยืนยันถึงการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบผ่านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม แม้การเจรจาระดับสูงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะหยุดชะงักลง แต่มีความพยายามจากประเทศตัวกลางอย่างปากีสถานโดยได้รับการสนับสนุนจากจีนในการรื้อฟื้นการเจรจา ส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกมีการตอบรับด้วยราคาที่ปรับตัวลดลงในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา