การปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นหายนะร้ายแรง
คูเวตเตือนว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยอิหร่านถือเป็นการปิดกั้นทางเศรษฐกิจต่อประเทศผู้ผลิตน้ำมันในกลุ่มชาติอาหรับอ่าวเปอร์เซีย และจะส่งผลกระทบที่ร้ายแรงเกินกว่าจะคาดการณ์ได้ รวมถึงจะเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปทั่วโลก โดย Shaikh Nawaf Al-Sabah ซีอีโอของ Kuwait Petroleum Corporation (KPC) ระบุว่านี่เป็นการโจมตีที่ไม่เพียงแต่ต่อภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเท่านั้น แต่ยังเป็นการจับตัวประกันเศรษฐกิจโลกอีกด้วย
เนื่องจากไม่สามารถส่งออกน้ำมันไปยังตลาดโลกได้ คูเวตจึงประกาศสถานการณ์สุดวิสัย (force majeure) กับสัญญาจัดส่ง และลดกำลังการผลิตน้ำมันลง โดยปัจจุบัน KPC ผลิตน้ำมันเพื่อใช้ภายในประเทศเท่านั้น Al-Sabah ยังกล่าวอีกว่า คำเตือนก่อนหน้านี้ของ Amin Nasser ซีอีโอ Saudi Aramco เกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ร้ายแรงจากสงครามอิหร่านนั้นยังประเมินผลกระทบต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปตามห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด
Al-Sabah คาดว่าการกลับมาผลิตน้ำมันในภูมิภาคให้ได้เต็มกำลังจะต้องใช้เวลาหลายเดือน เนื่องจากคูเวตและประเทศเพื่อนบ้านได้ปิดบ่อน้ำมันแล้ว แม้ว่าคูเวตจะสามารถเพิ่มการผลิตได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วันและไม่กี่สัปดาห์ แต่การผลิตเต็มที่จะต้องใช้เวลาสามถึงสี่เดือน นอกจากนี้ การปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินจากประเทศสมาชิก International Energy Agency (IEA) กว่า 30 ประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยการขาดแคลนน้ำมัน และผลกระทบยังขยายไปถึงอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ปุ๋ย และการขนส่งอาหารทั่วโลก