สงครามอิหร่านอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ
สถานการณ์ความขัดแย้งกับอิหร่านส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยจำนองในสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมเฉลี่ย 5.99% ก่อนเริ่มสงคราม เป็นประมาณ 6.5% ในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการซื้อบ้านของผู้บริโภคที่กำลังฟื้นตัว เนื่องจากก่อนหน้านี้อัตราดอกเบี้ยจำนองเริ่มลดลง, ราคาบ้านเริ่มปรับตัวลง และจำนวนบ้านที่ประกาศขายมีมากขึ้น ทำให้ผู้ซื้อมีโอกาสมากขึ้น
ความต้องการขอสินเชื่อบ้านลดลง หลังจากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น โดยลดลง 5% จากสัปดาห์ก่อนหน้า ตามข้อมูลจาก Mortgage Bankers Association นอกจากนี้ Zillow ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ เคยคาดการณ์ว่ายอดขายบ้านมือสองจะเพิ่มขึ้น 4.3% ในปีนี้ แต่สถานการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ทำให้การคาดการณ์มีความซับซ้อนมากขึ้น
นักเศรษฐศาสตร์ของ Zillow ประเมินว่า หากสถานการณ์สงครามสิ้นสุดภายในสิ้นเดือนเมษายน ยอดขายบ้านจะยังคงเพิ่มขึ้น 3.48% แต่หากยืดเยื้อไปถึงเดือนกรกฎาคม ยอดขายจะลดลงเหลือ 2.33% และหากสถานการณ์ยืดเยื้อถึงเดือนกันยายน ยอดขายจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.21% ที่แย่ที่สุดคือ หากอัตราดอกเบี้ยจำนองสูงกว่าเดิม 50 basis points และอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น 20 bps ตลอดปี 2026 ยอดขายอาจลดลงถึง 0.73%
ผลกระทบเริ่มปรากฏในตลาดบ้านสร้างใหม่แล้ว โดย KB Home ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ได้ปรับลดประมาณการรายได้ทั้งปีลง เนื่องจากความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าผู้ซื้อเริ่มยกเลิกสัญญาซื้อขายในอัตราที่สูงขึ้น โดยประมาณ 1 ใน 7 ของบ้านที่ทำสัญญาซื้อขายในเดือนกุมภาพันธ์ถูกยกเลิก ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดตั้งแต่ปี 2017 แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อกำลังมีอำนาจต่อรองมากขึ้น เนื่องจากมีผู้ขายมากกว่าผู้ซื้อในตลาด