สงครามอิหร่านส่งผลราคาน้ำมันและค่าโดยสารเครื่องบินพุ่งสูง นักกฎหมายเตือนการกักตุนราคา แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้แจงถึงปัญหาด้านอุปทาน
สงครามในอิหร่านที่เข้าสู่สัปดาห์ที่ห้าส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบอย่างหนักจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้นกว่า 40% ตั้งแต่เริ่มสงครามเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ทำให้ราคาน้ำมันเบนซินและน้ำมันเจ็ตพุ่งสูงตามไปด้วย โดยราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 3.98 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน เพิ่มขึ้นประมาณ 35% จากเดือนก่อน และราคาน้ำมันเจ็ตเพิ่มขึ้นถึง 106%
นักกฎหมายอย่าง Senator Elizabeth Warren กำลังเรียกร้องให้คณะกรรมการการค้าแห่งรัฐบาลกลาง (FTC) ตรวจสอบธุรกิจที่อาจฉวยโอกาสจากสถานการณ์ความขัดแย้งเพื่อขึ้นราคาสินค้าเกินความจำเป็น อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเกิดจากปัญหาด้านอุปทานเป็นหลัก เนื่องจากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันทั่วโลก ได้หยุดชะงักลง ทำให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของผู้บริโภค และกลายเป็นประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมาถึง ทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันต่างให้ความสำคัญกับความสามารถในการจ่ายของประชาชน โดยก่อนหน้านี้ผลสำรวจความคิดเห็นของ CNBC All-America Economic Survey พบว่าต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้นเป็นความกังวลอันดับหนึ่งของผู้บริโภค และสถานการณ์ที่เลวร้ายลงจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นยิ่งทำให้ชีวิตของผู้คนยากลำบากขึ้น