วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซกระทบปุ๋ยและอาหารทั่วโลก
สถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมทางทะเลที่สำคัญ กำลังส่งผลกระทบอย่างมากต่อการขนส่งปุ๋ยทั่วโลก โดยประมาณหนึ่งในสามของการค้าปุ๋ยทางทะเลทั่วโลกผ่านช่องแคบแห่งนี้ ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนและราคาปุ๋ยพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรและราคาอาหารในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่เกษตรกรในซีกโลกเหนือกำลังเตรียมเพาะปลูก และฤดูเก็บเกี่ยวของเกษตรกรในซีกโลกใต้
ราคาปุ๋ยโดยเฉพาะยูเรียและแอมโมเนีย เพิ่มขึ้นถึง 50% และ 20% ตามลำดับ ตั้งแต่เกิดสงครามในอิหร่าน เนื่องจากตะวันออกกลางเป็นแหล่งผลิตปุ๋ยรายใหญ่ การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซทำให้ประมาณ 30% ของผู้ส่งออกปุ๋ยทั่วโลกไม่สามารถทำการค้าได้ ซึ่งรวมถึงซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ บาห์เรน และอิหร่านเอง นักวิเคราะห์ชี้ว่าการขาดแคลนปุ๋ยนี้จะส่งผลกระทบต่อผลผลิตพืชอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากไนโตรเจนเป็นธาตุอาหารหลักที่พืชต้องการ
ผลกระทบนี้อาจรุนแรงกว่าวิกฤตการณ์รัสเซีย-ยูเครนเมื่อปี 2022 เนื่องจากส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตหลายรายและธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืชทุกปี ไม่สามารถทดแทนได้เหมือนกับปุ๋ยโพแทชและฟอสเฟต ความกังวลหลักอยู่ที่ประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะในแอฟริกาและเอเชีย ซึ่งมีความเสี่ยงต่อภาวะขาดแคลนอาหารและราคาที่สูงขึ้น แม้แต่สหรัฐอเมริกาซึ่งผลิตปุ๋ยได้เอง ก็ยังต้องนำเข้าปุ๋ยประมาณหนึ่งในสาม และอาจได้รับผลกระทบจากราคาที่สูงขึ้นเช่นกัน กลุ่มเกษตรกรในสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาปุ๋ยและเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นแล้ว