สหรัฐฯ กับข่าวลือข้อตกลงอิหร่าน
รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างความหวังให้กับตลาดการเงินด้วยการส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ และอิหร่านใกล้จะบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นและราคาน้ำมันชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการประกาศความคืบหน้าอยู่บ่อยครั้ง แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมเกิดขึ้นจริง
นักวิเคราะห์มองว่าตลาดการเงินกำลังเผชิญกับอคติในด้านความเชื่อมั่นมากเกินไป โดยนักลงทุนมักตอบรับข่าวดีเหล่านี้ด้วยการเข้าซื้อหุ้นตามความคาดหวังว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติก่อนสงคราม ในขณะที่ความเป็นจริงคือความขัดแย้งยังคงยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่หก และยังไม่มีความก้าวหน้าอย่างชัดเจนในการควบคุมโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านตามที่สหรัฐฯ ตั้งเป้าไว้
ประเด็นสำคัญของข้อขัดแย้งคือการที่อิหร่านสามารถจำกัดการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันสำคัญที่ทำให้อุปทานน้ำมันโลกตึงตัวและกระตุ้นปัญหาเงินเฟ้อ สหรัฐฯ ยืนยันว่าต้องการให้ช่องแคบนี้เป็นน่านน้ำสากลที่เปิดกว้าง แต่ทางอิหร่านกลับมีความพยายามที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการให้บริการ ซึ่งถือเป็นจุดตายที่ทำให้การเจรจายังคงติดขัดและหาจุดลงตัวไม่ได้
แม้รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะเคยระบุว่าข้อตกลงอาจเกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหรือกี่วัน และตัวทรัมป์เองจะออกมากล่าวในทำนองเดียวกันบ่อยครั้ง แต่ในฝั่งของอิหร่านกลับออกมาปฏิเสธและระบุว่าไม่ได้มีการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์กลยุทธ์การสื่อสารของทรัมป์ว่าเป็นเพียงละครทางการเมืองที่ไม่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่แท้จริง
ในระยะยาวนักวิเคราะห์เตือนว่า หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถหาข้อสรุปเพื่อประนีประนอมในประเด็นสำคัญได้ ตลาดอาจสูญเสียความเชื่อมั่นและเผชิญกับภาวะราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อคลังน้ำมันสำรองของสหรัฐฯ เริ่มลดน้อยลงและกำลังเผชิญกับภาวะชะงักงันทางการทหารที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลงโดยง่าย