รัฐบาลทรัมป์คืนภาษีนำเข้าแล้วกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์
รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ดำเนินการคืนเงินภาษีนำเข้าที่จัดเก็บไปก่อนหน้านี้เป็นจำนวนเงินประมาณ 1 แสนล้านดอลลาร์ หลังจากที่มาตรการทางภาษีภายใต้ชื่อ Liberation Day ถูกศาลสูงสุดตัดสินว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยยอดเงินจำนวนนี้คิดเป็นประมาณร้อยละ 60 ของรายได้ภาษีรวมกว่า 1.66 แสนล้านดอลลาร์ที่รัฐบาลเคยจัดเก็บผ่านอำนาจตามกฎหมายความมั่นคงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศฉบับฉุกเฉินหรือ IEEPA ในปี 2025
คำตัดสินของศาลสูงสุดเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ระบุว่ากฎหมาย IEEPA ไม่ให้อำนาจรัฐบาลในการเรียกเก็บภาษีดังกล่าว ส่งผลให้ผู้พิพากษาศาลการค้าระหว่างประเทศมีคำสั่งให้รัฐบาลต้องคืนเงินภาษีทั้งหมดให้แก่ผู้นำเข้าสินค้า แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะแสดงความไม่พอใจต่อคำตัดสินของศาล แต่รัฐบาลของเขาก็ได้เริ่มกระบวนการคืนเงินผ่านระบบใหม่ที่ชื่อว่า CAPE ซึ่งเปิดใช้งานในช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา
รายงานจากหน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดนระบุว่า จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม ระบบ CAPE ได้รับการยื่นคำร้องขอคืนภาษีแล้วกว่า 2.5 แสนรายการ ซึ่งครอบคลุมใบขนสินค้าขาเข้ามากกว่า 25 ล้านรายการ โดยยอดการคืนเงินที่ผ่านการรับรองและส่งต่อไปยังกระทรวงการคลังเพื่อดำเนินการจ่ายเงินแล้วมีมูลค่าประมาณ 1 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปฏิบัติตามคำสั่งศาลในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่กระบวนการคืนเงินกำลังดำเนินไป รัฐบาลทรัมป์ก็ได้พยายามหาช่องทางทางกฎหมายอื่นเพื่อนำนโยบายภาษีกลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งขณะนี้กำลังเผชิญกับการคัดค้านทางกฎหมายในหลายคดี รวมถึงประเด็นความล่าช้าในการคืนเงินให้แก่ธุรกิจขนาดเล็กที่รวมตัวกันฟ้องร้องแบบกลุ่ม โดยปัจจุบันยังคงมีผู้นำเข้ามากกว่า 3.3 แสนรายที่รอการดำเนินการเกี่ยวกับใบขนสินค้าอีกกว่า 53 ล้านรายการ ทำให้ภารกิจการคืนเงินของรัฐบาลยังคงต้องดำเนินต่อไปในระยะยาว